วัดศาลาปูนวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดศาลาปูนวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 38 หมู่ 4 ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณตั้งอยู่ริมคลองเมือง พระนครศรีอยุธยา ( แม่น้ำลพบุรีเดิม )ฝั่งตรงกันข้ามกับเกาะเมืองห่างจากปากคลองหัวแหลมประมาณ 10 เส้น มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 28 ไร่ อาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อ คลองมหานาค ทิศใต้ ติดต่อ คลองเมือง ทิศตะวันออก ติดต่อ ที่ดินราษฏร ทิศตะวันตก ติดต่อวัดพรหมนิวาสวรวิหาร ( วัดขุนยวน ) วัดศาลาปูนเป็นที่สถิตของ พระราชาคณะตำแหน่งพระธรรมราชา สืบต่อกันมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 6 ในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 วัดศาลาปูนเป็นที่สถิตของพระราชาคณะชั้นสมเด็จคือสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( พุก ) ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาคณะเพียงรูปเดียวที่ได้รับพระราชทานตั้งขึ้นในเขตหัวเมืองชั้นนอก

พระราชาคณะผู้ใหญ่และพระเถระ ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศาลาปูน

1. พระธรรมราชา ( อู๋ ) ในรัชกาลที่ 1
2. พระธรรมราชา ( คุ้ม ) ในรัชกาลที่ 2 พ.ศ.2539 - 2387
3. พระธรรมราชา ( เรือง) ในรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2389
4. พระธรรมราชา ( อิน) ในรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2394
5. สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( พุก ) ป.ธ.3 ในรัชกาลที่ 4 พ.ศ.2394 - 2427
6. พระธรรมราชานุวัตร ( อาจ ) ในรัชกาลที่ 5 พ.ศ.2428 - 2463
7. พระครูจันทรรัศมี ( อยู่ ) ป.ธ.3 ในรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2465 - 2492
8. พระสุนทรธรรมโกศล ( เกตุ ธมมทินโน ) ป.ธ.6 ในรัชกาลปัจจุบัน พ.ศ. 2465 - 2492
9. พระครูสาธุกิจโกศล ( ไวยท์ มุตตถาโม ) ป.ธ.5 สมศักดิ์ปัจจุบันคือ พระธรรมญาณมุรี เป็นที่ปรึกษา
เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถิต ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร
10. พระราชสิทธิมงคล ( สวัสดิ์ จิตตะทศ ) พ.ศ.2524 จนถึงปัจจุบัน

เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พุทธศักราช 2445 พระธรรมราชานุวัตร ( อาจ ) ได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าคณะมณฑลกรุงเก่า ซึ่งรวมเอา 7 หัวเมือง คือ กรุงเก่า อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี อินทร์บุรี สิงห์บุรี เข้าเป็นมณฆลข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงเป็นพระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ 5พระธรรมราชานุวัตร ( อาจ ) เป็นผู้อำนวยการจัดการศาสนา การศึกษา การโรงเรียนหนังสือไทยตามวัด ในมณฑลกรุงเก่า โดยมีธรรมการมณฑลทำหน้าที่ช่วยเจ้าคณะมณฑล ในปี พ.ศ. 2446 ทั่วทั้งมณฑลกรุงเก่า มีโรงเรียนสอนหนังสือไทยตามวัด 45 โรงเรียน มีนักเรียน 2,421 คน ใน พ.ศ.2429 โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นในวัดมีอยู่ 5 แห่ง คือ วัดกษัตราธิราชวัดนิเวศธรรมะประวัติ วัดรวก วัดเสนาสนาราม และวัดศาลาปูน จึงกล่าวได้ว่าสมัยนั้น วัดศาลาปูนเป็นศูนย์รวมอำนาจ การปกครองคณะสงฆ์ ทั้งมณฑลมีชื่อเสียงในการศึกษาอบรม การบำรุงรักษาวัด ตลอดจนการให้ความสะดวกในการบำเพ็ญกุศลแก่ทางราชการ และพ่อค้าประชาชนทั่วไป

ศิลปกรรมและโบราณวัดถุที่สำคัญ พระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแขนลาย
เป็นศิลปสมัยก่อนอยุธยา เป็นพระพุทธรูปนั่งขนาดหน้าตักกว้าง ประมาณ 29 นิ้ว ลักษณะคล้ายพระอัครสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ พระโมคคัลลา พระสารีบุตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สามารถบันดาลโชคลาภความสำเร็จปัดเป่าให้หายจากทุกข์ภัยไข้เจ็บ เคยถูกโจรกรรมหลายครั้งแต่ไม่ประสบผล พระอุโบสถ จิตกรรมฝาผนังคล้ายคลึงกึบวัดหน้าพระเมรุ

พระอุโบสถวัดศาลาปูนนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระประธานในอุโบสถวัดไร่ขิงมาก่อน เนื่องจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( พุก ) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาปูน และเป็นชาวเมืองนครชัยศรี ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณวัดไร่ขิง หอไตรปิฎก มีความงดงามเป็นเอกมีคุณค่าทางศิลปกรรมสมัยอยุธยา หน้าบันประดับปูนปั้นรูปนารายณ์ทรงครุฑเหยียบนาค เป็นอาคารที่เก็บพระไตรปิฎก พระคัมภีร์และใบลาน ซึ่งเป็นหนังสือสำคัญของพระพุทธศาสนาคือ หอสมุดของพระภิกษุสงฆ์นั่นเอง ธรรมาสน์ เป็นศิลปกรรมเครื่องไม้จำหลักในสมัยอยุธยาตอนต้น รูปทรงงดงาม จำลองมาจากพระแท่นประทับของพระมหากษัตริย์ มีช่อฟ้า ใบระกา บราสี หางหงส์ ซุ้มรังไก่ ยอดเหมปราสาทเช่นเดียวกับปราสาทจริงๆ สังเค็ด เป็นธรรมาสน์สำหรับพระสงฆ์ขึ้นไปเทศน์พร้อมๆ กันหลายองค์ แต่ไม่เกิน 4 องค์ ซึ่งเรียกการเทศน์แบบนี้ว่าปุจฉาวิสัชนา ธรรมาสน์จึงต้องขยายยาวออกไป ส่วนหลังคานิยมทำเป็นหลังคาปราสาทซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ คล้ายหลังคาโบสถ์ สังเค็ดของวุดศาลาปูนเก่าแก่ที่สุด และงดงามที่สุด แต่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา

แผนที่


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น



Copyright©2012, Thailand Temple. All Rights Reserved.